“ผลการดำเนินคดีกรณีอุบัติเหตุเรือฟินิกซ์ล่ม” ศปอส.ตร. , เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว และ เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต

 In ด้านนโยบายรัฐบาล, ด้านป้องกันและปราบปราม, ผลการปฏิบัติ

ดำเนินคดี กรณีอุบัติเหตุเรือฟินิกซ์ล่ม เป็นเหตุให้นักท่องเที่ยวชาวจีน เสียชีวิต จำนวน ๔๗ คน ได้รับบาดเจ็บสาหัส จำนวน ๑ คน และบาดเจ็บ ๑๑ คน

 

ด้วยเมื่อวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๖๑ ได้เกิดอุบัติเหตุเรือฟินิกซ์ บรรทุกนักท่องเที่ยวจำนวน ๘๙ คน พร้อมพนักงานเรืออีกจำนวน ๑๒ คน รวมทั้งสิ้น ๑๐๑ คน อับปางในพื้นที่ จ.ภูเก็ต เป็นเหตุให้นักท่องเที่ยวชาวจีน เสียชีวิต จำนวน ๔๗ คน ได้รับบาดเจ็บสาหัส จำนวน ๑ คน และบาดเจ็บ ๑๑ คน สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงได้มีคำสั่ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ ๔๕๑/๒๕๖๑ เรื่อง แต่งตั้งพนักงานสืบสวนสอบสวน เนื่องจากเป็นคดีสำคัญ เป็นคดีที่น่าสนใจ และให้ทำการสืบสวนความผิดเกี่ยวพันกับคดีอาญาอื่น เชื่อมโยงกับบุคคลหรือกลุ่มบุคคลหลายกลุ่ม รวมทั้งนิติบุคคล กรรมการ ผู้จัดการ โดยพนักงานสืบสวนสอบสวน และได้ทำการสืบสวนสอบสวนมาโดยตลอดแล้วจากการตรวจสอบพบว่า เรือฟินิกซ์ ที่อับปางนั้นเป็นของ บริษัท ทีซี บลู ดรีม จำกัด ต่อมาจากการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานนำไปสู่การดำเนินคดีกับผู้ต้องหาจำนวน ๓ ราย ประกอบด้วย

๑.นายสมจริง บุญธรรม อายุ ๕๐ ปี ( กัปตันเรือฟีนิกซ์)
๒.นายอ่อนจันทร์ กัณหาโยธี อายุ ๕๗ ปี ( นายช่างเรือฟีนิสซ์ )
๓.น.ส.วรลักษณ์ ฤกษ์ชัยกาล อายุ ๒๖ ปี ( ผู้บริหารและกรรมการ บริษัท ทีซี บลู ดรีม จำกัด)

ในความผิดฐาน “กระทำโดยประมาทเป็นเหตุผู้อื่นถึงแก่ความตาย ได้รับบาดเจ็บสาหัส และได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ” ปัจจุบันคณะพนักงานสอบสวนกำลังสรุปสำนวนการสอบสวนมีความเห็นทางคดีส่งสำนวนการสอบสวนให้กับพนักงานอัยการเพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหาต่อไป
ต่อมาจากการสืบสวนขยายผล บริษัท ทีซี บลู ดรีม จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของ เรือฟินิกซ์ ที่อับปาง พบว่าบริษัทจัดตั้งขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ.๒๕๕๙ ในการยื่นขอจดทะเบียน มีผู้เริ่มก่อการและผู้ถือหุ้นจำนวน ๓ คน คือ นางสาววรลักษณ์ ฤกษ์ชัยกาล, นายจักรพันธ์ ฤกษ์ชัยกาล และนางยินดี ฤกษ์ชัยกาล มีกรรมการผู้มีอำนาจเพียงผู้เดียวคือ น.ส.วรลักษณ์ ฤกษ์ชัยกาล และในวันเกิดเหตุ น.ส.วรลักษณ์ฯ ก็มาแสดงตัวเป็นเจ้าของบริษัท ทีซี บลู ดรีม จำกัด จากการตรวจสอบประวัติของ น.ส.วรลักษณ์ฯ พบว่า มีสามีเป็นคนจีน นอกจากนั้น พนักงานสืบสอบสวนตามคำสั่ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ ๔๕๑/๒๕๖๑ ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) , เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว และ เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร จังหวัดภูเก็ต ได้สืบสวนจากพยานบุคคล และ ตรวจสอบเส้นทางการเงินของ บริษัท ทีซี บลู ดรีม จำกัด และ ผู้ที่เกี่ยวข้องจนทราบว่า บริษัท ทีซี บลู ดรีม จำกัด เป็นบริษัทนอมินี ของคนต่างชาติ โดยมี น.ส.วรลักษณ์ ฤกษ์ชัยกาล แสดงตนเป็นเจ้าของและถือหุ้นแทน จากนั้นได้รวบรวมพยานหลักฐานไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ฉลอง จังหวัดภูเก็ต ต่อมาศาลจังหวัดภูเก็ตได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาจำนวน ๔ ราย คือ

๑.น.ส.วรลักษณ์ ฤกษ์ชัยกาล อายุ ๒๖ ปี (กรรมการบริษัททีซี บลู ดรีม จำกัด) ซึ่งเป็นนอมินีคนไทย ตามหมายจับศาลจังหวัดภูเก็ต ที่ ๓๕๗/๒๕๖๑ ลงวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๖๑
๒.MR.LEI HOU (เหล่ย ฮัว) สัญชาติจีน ซึ่งเป็นเจ้าของเงินทุนและเจ้าของบริษัทที่แท้จริง ตามหมายจับศาลจังหวัดภูเก็ต ที่ ๓๕๘/๒๕๖๑ ลงวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๖๑
๓.นางยินดี ฤกษ์ชัยกาล อายุ ๕๐ ปี (ผู้ถือหุ้นบริษัททีซี บลู ดรีม จำกัด) ตามหมายจับศาลจังหวัดภูเก็ต ที่ ๓๗๑/๒๕๖๑ ลงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๑ และ
๔.นายจักรพันธ์ ฤกษ์ชัยกาล อายุ ๓๑ ปี (ผู้ถือหุ้นบริษัททีซี บลู ดรีม จำกัด) ตามหมายจับศาลจังหวัดภูเก็ต ที่ ๓๗๒/๒๕๖๑ ลงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๑ ในความผิดฐาน “ร่วมกันเป็นอั้งยี่ , ร่วมกันประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (ธุรกิจนำเที่ยว) โดยแสดงออกว่าเป็นธุรกิจของตนแต่เพียงผู้เดียวและถือหุ้นแทนคนต่างด้าวในบริษัทจำกัด เพื่อให้คนต่างด้าว ประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่ง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว และเป็นการที่คนต่างด้าวยินยอมให้ผู้มีสัญชาติไทยยกระทำการดังกล่าว” และวันนี้ (๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๑ ) เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้จำนวน ๒ คน คือ นางยินดี ฤกษ์ชัยกาล และนายจักรพันธ์ ฤกษ์ชัยกาล นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย , น.ส.วรลักษณ์ ฤกษ์ชัยกาล ปัจจุบันถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำจังหวัดภูเก็ต พนักงานสอบสวนจะได้อายัดตัว และเข้าไปแจ้งข้อหาเพิ่มเติมที่เรือนจำ ส่วน MR.LEI HOU (เหล่ย ฮัว) สัญชาติจีน ได้หลบหนีออกนอกประเทศไทยไปแล้ว ได้ออกประกาศสืบจับไว้แล้วและเร่งจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป  

 

 

 

 

 

 

 

Recent Posts
New Server