พลตำรวจโทสมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด พร้อมด้วยพลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้ตรวจเยี่ยมสรุปผลการเข้าตรวจค้นหาหลักฐานการฟอกเงินและจับกุมนายรุ่งโรจน์ผู้ต้องหาตามหมายจับ

 In ด้านนโยบายรัฐบาล, ด้านป้องกันและปราบปราม, ผลการปฏิบัติ

ตำรวจปราบปรามยาเสพติดเปิดปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 61/7 บุกจับผู้ต้องหารับฟอกเงินให้เครือข่ายยาเสพติดกลุ่ม “มันทุกเม็ด” ซึ่งเป็นกลุ่มที่ใช้เครือข่ายโซเชียลมีเดียในการติดต่อจำหน่ายยาเสพติดและสร้างเครือข่ายผู้ค้ารายย่อย หลังพบมีการทำธุรกรรมการเงินสูงผิดปกติ

 

 

 

 

 

 

ปฏิบัติการนี้เริ่มต้นตั้งแต่เช้ามืด โดยจุดแรกที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติด นำหมายศาลเข้าตรวจค้น เป็นบ้านพักในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ในตำบลบางเตย อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม หลังพบว่ามีข้อมูลเชื่อมโยงการทำธุรกรรม ให้กับนายรุ่งโรจน์ จิรัฐติกาลพันธุ์ ผู้ต้องหาที่รับฟอกเงินให้เครือข่ายค้ายาเสพติดกลุ่ม “มันทุกเม็ด” เบื้องต้นพบมีภรรยาของนายรุ่งโรจน์พักอาศัยอยู่


 

 

 

 

 

 

 

ส่วนจุดที่สอง เป็นที่ตั้งของโรงงานบริษัท ป.รุ่งโรจน์ สยามยางยนต์ จำกัด ตั้งอยู่ในตำบลสวนหลวง อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร โดยตำรวจนำหมายศาลเข้าจับกุมนายรุ่งโรจน์ พร้อมควบคุมตัวพนักงานบริษัทไว้สอบสวน เบื้องต้นนายรุ่งโรจน์ อ้างว่าบริษัทแห่งนี้สร้างเสร็จได้เพียง 6 เดือน ตนเองมีรายได้จากธุรกิจเพียง 2 หมื่นบาทต่อเดือน ส่วนที่ตำรวจพบมีเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 100 ล้านบาท ขอไปชี้แจงรายละเอียดในชั้นศาล

 

 

 

 

 

 

 

ขณะที่พลตำรวจโทสมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด พร้อมด้วยพลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้ตรวจเยี่ยมสรุปผลการเข้าตรวจค้นหาหลักฐานการฟอกเงินและจับกุมนายรุ่งโรจน์ผู้ต้องหาตามหมายจับ พร้อมเปิดเผยว่า ปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 61/7 วันนี้เป็นวันสุดท้ายของปฏิบัติการ ซึ่งทั้ง 2 เป้าหมายที่เข้าตรวจค้น มีความเชื่อมโยงกับการฟอกเงินให้เครือข่ายค้ายาเสพติดกลุ่ม “มันทุกเม็ด” โดยเงินจากการค้ายาเสพติด ถูกนำมาลงทุนซื้อสินค้ายางรถยนต์และอุปกรณ์ตกแต่งรถมาจำหน่ายให้กับลูกค้าในราคาถูก จนพบมียอดเงินหมุนเวียนในบัญชีสูงผิดปกติ ส่วนที่ให้การปฏิเสธถือเป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหา แต่ตำรวจมีหลักฐานสำคัญที่ทำให้เชื่อได้ว่ามีการฟอกเงินจริง

สำหรับเครือข่ายกลุ่มมันทุกเม็ด เป็นกลุ่มที่รับยาเสพติดจากกลุ่มของนายวีระ หมื่นจะดา ลูกเขยของพลเอกจะลอโบ ผู้นำกลุ่มว้า โดยผู้ต้องหากลุ่มนี้

มีการจำหน่ายยาเสพติดและสร้างเครือข่ายค้ายาเสพติดผ่านการใช้ช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ ทั้งเฟซบุ๊ก / ไลน์ และอินสตาแกรม เพื่อชักจูงใจกลุ่มวัยรุ่น จนพบมีฐานเครือข่ายใน 30 จังหวัด มีบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊กที่เชื่อมโยงถึงกันมากกว่าหมื่นบัญชี ส่วนลักษณะที่พบมีการชักจูงใจ เช่น มีการแจกยาเสพติดฟรีให้กับผู้ที่เป็นสมาชิกใหม่ และให้รางวัลกับผู้ที่ขยายเครือข่ายยาเสพติดได้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สำหรับปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 61/7 เริ่มมีการเปิดปฏิบัติการอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ 25 สิงหาคม โดยมีเป้าหมายตรวจค้นรวม 141 จุดทั่วประเทศ มีการจับกุมผู้ต้องหาแล้วไม่ต่ำกว่า 12 คน คาดว่าผลจากการจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายนี้ สามารถยึดทรัพย์สินที่ได้จากการค้ายาเสพติดรวมมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท

 

 

 

 

 

 

 

Recent Posts
New Server