เปิดปฎิบัติการตรวจค้นยึดทรัพย์สิน“เครือข่ายพลตำรวจตรีสุทิพย์ ผลิตกุศลธัช อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย”

 In Uncategorized @th, ด้านนโยบายรัฐบาล, ด้านป้องกันและปราบปราม, ผลการปฏิบัติ

เมื่อวันที่ 4 ก.ย. 61 เวลา 10.00 น. พลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่สำนักป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กว่า 200 นาย  เข้าตรวจค้นบ้านพักจังหวัดขอนแก่นจำนวน 7 หลัง ของ “เครือข่ายพลตำรวจตรีสุทิพย์ ผลิตกุศลธัช อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย” ที่หลอกให้ตำรวจจำนวน 192 นายในจังหวัดเลย เข้าร่วมโครงการกู้เงินสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจเลย จำนวน 240 ล้านบาท  และหลอกลวงประชาชนในพื้นที่ภาคอีสานให้ร่วมลงทุน มูลค่าอีกกว่ากว่า 1,000 ล้าน

โดยพลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ กล่าวว่า ตำรวจได้เปิดปฎิบัติการตรวจค้นยึดทรัพย์สินของขบวนการนี้จำนวน 12 จุด  ทั้งกรุงเทพ ขอนแก่น  อุดรธานี เชียงใหม่ และนนทบุรี  เพื่อนำทรัพย์สินมาเฉลี่ยคืนให้กับผู้เสียหายให้ได้มากที่สุด โดยยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา และเสนอผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติให้ตั้งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มาควบคุมในการทำสำนวนคดีจึงไม่มีความหนักใจแม้ว่าขบวนการนี้จะมีผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นบุคคลคนสำคัญ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายผลไปยังผู้ที่อยู่ในระดับหัวหน้าขบวนการคาดว่าเป็นนักธุรกิจที่มีความรู้ในด้านการเทรดหุ้น ที่นำมาชักจูงใจให้ตำรวจและประชาชนหลงเชื่อ

ทั้งนี้ พลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ ยังอยากให้ตำรวจและประชาชน ที่ตกเป็นเสียหายเข้ามาแจ้งความเอาผิดขบวนการนี้เพื่อที่จะได้ทรัพย์สินที่ถูกโกงไปกลับคืนมา

พลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่ปปง. เข้าตรวจค้นบ้านหรู จำนวน 3 หลัง ย่านบึงหนองโคตร ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น  เพื่อทำการตรวจยึดทรัพย์สิน เนื่องจากพบว่าบ้านทั้ง 3 หลังเป็นของนายเกรียงไกร เกตุวิบูลย์ ที่ร่วมกับพลตำรวจตรีสุทิพย์ ผลิตกุศลธัช อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย ฉ้อโกง ตำรวจเกือบ 200 นาย  มูลค่ากว่า 240 ล้านบาท และประชาชนทั่วไปอีก จำนวนมากรวมมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท

พลตำรวจตรีสุรเชษฐ์  กล่าวว่า การตรวจยึดทรัพย์สินของเครือข่ายนี้ก็เพื่อนำไปขายทอดตลาดเฉลี่ยทรัพย์คืนให้กับผู้เสียหาย ที่ถูกหลอกลวง สำหรับนายเกรียงไกร จากการสืบสวนพบว่าเคยเป็นเจ้าหน้าที่ของศาลในจังหวัดเชียงใหม่ก่อนย้ายมาอยู่ที่จังหวัดขอนแก่น และร่วมกันก่อเหตุกับพลตำรวจตรีสุทิพย์และพวก โดยตำรวจพบหลักฐานเป็นเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงกันจนนำไปสู่การดำเนินคดีเช่นเดียวกับพลตำรวจตรีสุทิพย์และผู้ต้องหาคนอื่นๆ

ด้านนายพีระพัฒน์ อิงพงษ์พันธ์ ผู้อำนวยการกองคดี 1 สำนักงานป้องกันปราบปรามการฟอกเงินหรือปปง. ระบุว่า ทรัพย์สินที่ตำรวจและปปง.เข้าตรวจยึดวันนี้  12 จุดทั้วประเทศ ตามขั้นตอนแล้วก็จะเข้าสู่คณะกรรมการยึดอายัดทรัพย์ว่าทรัพย์สินที่ถูกยึดอายัดได้มาจากการฉ้อโกงหรือไม่ โดยเจ้าของกรรมสิทธิ์สามารถเข้ามาชี้แจงที่มาที่ไปของทรัพย์ภายใน 30 วัน  แต่ถ้าพบว่าทรัพย์เหล่านี้ได้มาจากการกระทำผิดก็จะนำไปสู่ชั้นศาลให้พิจารณา เฉลี่ยทรัพย์สินคืนผู้เสียหาย ที่ระหว่างนี้เข้ามาทำเรื่องกับปปง.

ทั้งนี้พลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ เตรียมเสนอผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ตั้งคณะกรรมการการสอบสวน ในพิจารณาสำนวนคดี เพื่อเร่งรัดการดำเนินการลงโทษและยึดทรัพย์ผู้กระทำความผิด พร้อมขยายผลการจับกุมไปยังผู้ร่วมขบวนการรายอื่นๆต่อไปอีกด้วย

Recent Posts
New Server