“ปฏิบัติการยึดอายัดทรัพย์สินกลุ่มผู้ต้องหา คดีแชร์ลูกโซ่สหกรณ์ตำรวจภูธรจังหวัดเลย” รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยวนำกำลังเจ้าหน้าที่ ตำรวจกว่า 30 นาย และหน่วยอรินทราช พร้อมอาวุธครบมือ บุกเข้าตรวจค้น บ้านพัก 5 จุด เครือข่าย พล.ต.ต.สุทิพย์ฯ

 In Uncategorized @th, ด้านนโยบายรัฐบาล, ด้านป้องกันและปราบปราม, ผลการปฏิบัติ

  

“ปฏิบัติการยึดอายัดทรัพย์สินกลุ่มผู้ต้องหา คดีแชร์ลูกโซ่สหกรณ์ตำรวจภูธรจังหวัดเลย”

พลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยวนำกำลังเจ้าหน้าที่ ตำรวจกว่า 30 นาย และหน่วยอรินทราช พร้อมอาวุธครบมือ บุกเข้าตรวจค้น บ้านพัก 5 จุด เครือข่าย พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช อดีตผู้บังคับการจังหวัดเลย โกงเงินกู้สหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจเลยจำนวน 240 ล้านบาท

  

ด้วยทางศูนย์ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) ได้รับเรื่องร้องเรียนจากข้าราชการตำรวจ ผู้ซึ่งเป็นสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดเลย และได้รับความเสียหายจากการที่อดีตประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดเลยพร้อมพวก ซึ่งได้ชักชวนให้สมาชิกเข้าร่วมโครงการ “บริหารหนี้”

โดยหลอกลวงว่าจะนำเงินของสมาชิกที่ได้เข้าร่วมโครงการดังกล่าวไปลงทุนเกี่ยวกับหุ้น ซึ่งจะได้รับผลตอบแทนสูงและสามารถ  นำเงินที่ได้จากการลงทุนดังกล่าวไปชำระหนี้ให้กับสมาชิกได้ ทำให้สมาชิกหลงเชื่อและนำเงินไปให้กับอดีตประธานสหกรณ์ฯ พร้อมพวก เพื่อนำไปลงทุนในธุรกิจดังกล่าวแต่กลับไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่ตกลงกันไว้ ต่อมากลุ่มผู้เสียหายจึงได้ไปแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ต้องหาแล้ว หลังจากนั้นจึงได้ทำการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานและได้มีการดำเนินคดีกับอดีตประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดเลย พร้อมพวก ตลอดจนนำไปสู่การขออนุมัติหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องได้แก่ นายเกรียงไกร เกตุพิบูลย์ และนางธิญาดา วิภาวรกานต์ ซึ่งมีพฤติการณ์ในลักษณะเดียวกัน กล่าวคือ ได้มีการหลอกลวงประชาชน โดยได้ชักชวนให้ร่วมลงทุนในธุรกิจเกี่ยวกับหุ้น และมีประชาชนหลงเชื่อร่วมลงทุนในธุรกิจดังกล่าวเช่นเดียวกัน

 

ซึ่งจากการสอบสวนพฤติการณ์ของกลุ่มผู้ต้องหาเข้าข่ายลักษณะแชร์ลูกโซ่ หรือการกู้ยืมที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ตาม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 มาตรา 4, 5, 12 มีโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ห้าแสนถึงหนึ่งล้านบาท และปรับอีกไม่เกินวันละ 10,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่

ต่อมาในวันที่ ๔ กันยายน ๒๕๖๑ ภายใต้การอำนวยการสั่งการของ พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.๔, พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท.หัวหน้าชุดปฏิบัติการประจำ ศปอส.ตร., พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ผกก.สภ.บ้านเป็ด หน.ชุดปฏิบัติการที่ ๔ ศปอส.ตร., พ.ต.อ.พงศ์ฤทธิ์ คงศิริสมบัติ ผกก.สืบสวน ๓ บก.สส.ภ.๔ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ ป.ป.ง. และทหาร ได้ร่วมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้ “ยุทธการขุดรากถอนโคนอาชญากรรมทำบ้านเมืองน่าอยู่” นำหมายค้นศาลปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมาย จำนวนทั้งหมด ๑๐ เป้าหมาย 11 จุดในพื้นที่ จว.ขอนแก่น, จว.เชียงใหม่ จว,อุดรธานี, จว.นนทบุรี และกรุงเทพมหานคร ผลการปฏิบัติ ได้ดำเนินการตรวจยึดอายัด ทรัพย์สินอันเป็นความผิดมูลฐาน ตาม พ.ร.บ.การป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 ประกอบด้วย

1.บ้านพร้อมที่ดินจำนวน 4 หลัง

2.รถยนต์  จำนวน 2 คัน

3.รถจักรยานยนต์ จำนวน 1 คัน

4.เอกสารโฉนดที่ดิน 20 ฉบับ

และทรัพย์สินรายการอื่นๆ มูลค่ารวมทั้งหมด  61,144,450  บาท

ซึ่งต้องสงสัยว่าทรัพย์สินและเอกสารตามรายการที่ตรวจยึด มีไว้เป็นความผิดหรือมีไว้ใช้หรือได้ใช้เพื่อกระทำความผิดหรือได้มาจากการกระทำความผิด จึงได้ตรวจยึดไว้เพื่อตรวจสอบ เพื่อทำการตรวจสอบต่อไปและส่งพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบต่อไป

ต่อมาในวันนี้ (๑๐ ก.ย.๖๑) ศูนย์ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปิดปฏิบัติการ “ยุทธการขุดรากถอนโคนอาชญากรรมทำบ้านเมืองน่าอยู่” นำหมายค้นศาลพร้อมกำลังตำรวจ ทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมาย จำนวน 6 เป้าหมาย 11 จุดในพื้นที่ จว.เชียงใหม่ จว.ขอนแก่น และ จว.หนองบัวลำภู

พลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยวนำกำลังเจ้าหน้าที่ ตำรวจกว่า 30 นาย และหน่วยอรินทราช พร้อมอาวุธครบมือ บุกเข้าตรวจค้น บ้านพัก 5 จุด เครือข่าย พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช อดีตผู้บังคับการจังหวัดเลย โกงเงินกู้สหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจเลยจำนวน 240 ล้านบาท และหลอกลวงประชาชนในพื้นที่ภาคอีสานให้ร่วมลงทุนมูลค่ากว่าอีก 1 พันล้านบาท

โดยพลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ กล่าวว่า ในวันนี้ได้ดำเนินการเข้าตรวจค้นบ้านพักกว่า 10 จุด ในจังหวัดกาฬสินธุ์ หนองบัวลำภู และจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อดำเนินการยึดทรัพย์ในขบวนการดังกล่าว ซึ่งในขณะนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหานางภัทรฤทัย พร้อมสุข หนึ่งในขบวนการหลอกลวงดังกล่าว โดยทำหน้าที่เป็นผู้โอนเงินดังกล่าวกระจายให้กับสมาชิก 70 คน ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ศาลร่วมด้วย 20 คน และจากการตรวจสอบพบว่ามี เงินหมุนเวียนในบัญชีไม่ต่ำกว่า 1 พันล้านบาท  ขบวนการหลอกให้ตำรวจและประชาชนร่วมลงทุนในลักษณะแชร์ลูกโซ่ ซึ่งเมื่อมีเหยื่อนำเงินมาร่วมลงทุนแรกๆก็จะนำไปลงทุนจริงและได้เงินปันผลจริง จากนั้นเหยื่อหลงเชื่อจำนวนมากก็จะไม่นำเงินไปลงทุนและหลบนี้ไปเลย

นางภัทรฤทัย หนึ่งในผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมเปิดเผยว่า ตัวเองรู้จักกับนางนุชตั้งแต่ปี 2545 จากที่ทำงานเก่าแล้วเห็นว่านางนุชเล่นหุ้นจึงขอร่วมเล่นด้วย แต่ที่ผ่านมาไม่เคยได้รับปันผลคืนมีเเต่ลงทุนไปเพิ่ม โดยมีการโอนต่อให้คนอื่นๆ ที่มาร่วมเล่นด้วยอีกหลายคน พร้อมกับขอยืนยันว่าตัวเองไม่ได้เป็นเครือข่ายหรือขบวนการนี้แต่อย่างใด

ล่าสุดเจ้าหน้าที่สามารถยึดทรัพย์สินจากขบวนการดังกล่าวได้กว่า 70 ล้านบาท ซึ่งจะมีการขยายผลยึดทรัพย์และจับกุมผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

โดยผลการปฏิบัติการ ได้ดำเนินการตรวจยึดอายัด ทรัพย์สินอันเป็นความผิดมูลฐาน ตาม พ.ร.บ.การป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 ประกอบด้วย

๑.บ้านพร้อมที่ดิน จำนวน 4 หลัง

          2.คอนโดมิเนียม จำนวน ๑ ห้อง

          3.ร้านอาหาร (Wine 2 Gather) จำนวน 1 แห่ง

          4.ร้านคาร์แคร์ (D Spa Carcare) จำนวน 1 แห่ง

          5.รถยนต์ จำนวน ๓ คัน (รถเก๋ง 2 คัน, รถกระบะ 1 คัน)

 และเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง มูลค่ารวมทั้งสิ้น 70,000,000 บาท

เจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้ “ยุทธการขุดรากถอนโคนอาชญากรรมทำบ้านเมืองน่าอยู่”

นำหมายค้นศาลปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมาย การเข้าตรวจค้นแต่ละจุดของเป้าหมาย

Recent Posts
New Server