“บิ๊กโจ๊ก ระบุ เร่งตรวจสอบเส้นทางการเงิน และสถาบันการเงิน ขยายผลเอาผิด เครือข่ายโกงเงินสหกรณ์ตำรวจ จ.เลย

 In Uncategorized @th

“บิ๊กโจ๊ก ระบุ เร่งตรวจสอบเส้นทางการเงิน และสถาบันการเงิน ขยายผลเอาผิด เครือข่ายโกงเงินสหกรณ์ตำรวจ จ.เลย ขณะที่ เจ้าหน้าที่กระบวนการยุติธรรม เข้ามอบตัวเพิ่ม พร้อมยินยอมคืนเงินผู้เสียหาย ด้าน ปปง.ระบุ ยังมีอีก5กลุ่ม ที่เกี่ยวข้อง อยู่ระหว่างตรวจสอบเส้นทางการเงินหาความเชื่อมโยงคนทำผิด และผู้เสียหาย”

พลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว กล่าวถึงความคืบหน้าคดีฉ้อโกงเงินสหกรณ์ออกทรัพย์ข้าราชการตำรวจภูธรจังหวัดเลยกว่า 200 ล้านบาท ว่า ในวันนี้มีเจ้าหน้าที่กระบวนการยุติธรรมบางส่วนเดินทางเข้ามามอบตัว และมีความประสงค์ที่จะคืนเงิน ซึ่งเจ้าหน้าที่กระบวนการยุติธรรมที่เข้ามอบตัวในวันนี้ เป็นผู้พิพากษา 1ราย และอัยการ 2ราย จากการสอบสวน ได้มุ่งเน้นดำเนินคดีทางอาญาอย่างจริงจัง ในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนและฟอกเงิน โดยได้ให้ ปปง.ตรวจสอบเส้นทางการเงินเพื่อนำทรัพย์สินคืนสู่ประชาชนและตำรวจชั้นผู้น้อย โดยจะไม่ใช่คดีอาญามาต่อรองให้ชดใช้ค่าเสียหาย เพราะการเยียวยาเป็นเรื่องของการสำนึกผิด คาดว่าจะใช้เวลาการสอบสวนไม่เกิน 1 เดือนจะแล้วเสร็จ และจะสามารถส่งฟ้องต่อศาลได้

ส่วนความคืบหน้าของการสอบสวน ดำเนินคดี ขณะนี้คืบหน้าไปมาก เพราะมีการแจ้งข้อกล่าวหาไปแล้ว 17ราย และมีคำสั่งให้ตำรวจที่เกี่ยวข้องไปช่วยราชการที่ ศปก.ตร.แล้ว 15 ราย รวมถึงให้ ข้าราขการตำรวจระดับสูงออกจากราชการไว้ก่อน พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินคดีและแจ้งข้อกล่าวหาเจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรมอย่างเท่าเทียมกันทั้งหมด
ส่วน แนวทางการสอบสวนคดีนี้ จะมุ่งทิศทางเป็น 2 ส่วน คือการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด และการเจรจาประณีประนอมในการคืนทรัพย์สินให้กับผู้เสียหาย
และยังมีการขยายผล ไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องรายอื่นๆด้วยเพราะเชื่อว่ายังมีผู้เสียหายอีกเป็นจำนวนมาก รวมถึง ขณะนี้ยังมีการไล่ตรวจสอบสถาบันการเงิน ซึ่งมีสถาบันการเงินบางแห่งไม่ให้ความร่วมมือ และหากการตรวจสอบพบว่า มีสถาบันใดที่เข้าไปเกี่ยวข้องก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งหมด และ เบื้องต้นทราบแล้วสถาบันการเงินที่เกี่ยวข้องแล้ว แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด

สำหรับประชาชนที่ได้รับความเสียหายยังสามารถเดินทางมาเเจ้งความร้องทุกข์ได้อย่างต่อเนื่อง เพระตอนนี้ยังมีจำนวนน้อย ซึ่งที่เห็นชัดเจนคือตำรวจชั้นผู้น้อย จึงฝากไปยังประชาชาให้เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ที่ตำรวจภูธรภาค 4ได้ตลอดเวลา

ขณะที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 จังหวัดของแก่น ได้มีการประชุมติดตามความคืบหน้าถึงเส้นทางการเงิน และพยานหลักกฐานต่างๆทั้งพยานบุคคล พยานแวดล้อม พยานเอกสารต่างๆ และประชุมเร่งรัดผลของการยึดทรัพย์และการอายัดเงิน โดยมีพลตำรวจโทสุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค4 และพลตำรวจตรีกฤษกร พลีธัญวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค4. เป็นประธานการประชุม

พลตำรวจโทสุรชัย บอกว่า ต้องสอบปากคำพยานบุคคล 336 ปาก ซึ่งขณะนี้ทยอยเข้ามาให้สอบปากคำอย่างต่อเนื่อง และจะต้องคัดแยกพยาน และดูถึงเจตนาการรับเงินว่ามีเจตนารู้เห็นหรือไม่ ส่วนการแจ้งข้อกล่าวหาขณะนี้แจ้งไปแล้วทั้ง 17ราย ส่วนจะแจ้งบุคคลใดเพิ่มเติมต้องดูจากพยานหลักฐานประกอบกับเส้นทางการเงินที่ตรวจสอบพบ

ด้านนายพีระพัฒน์ อิงพงษ์พันธ์ ผู้อำนวยการกองคดี 1 ปปง. บอกด้วยว่า ส่วนของ ปปง.จะตรวจสอบหาเส้นทางการเงินเพื่อไปประกอบสำนวนการสอบสวน ในการเอาผิด ขณะนี้เริ่มเห็นเส้นทางการเงินชัดเจน ว่า จุดเริ่มต้นคือใคร ทำให้ไปดูเส้นทางการเงิน และตรวจสอบว่าใครเป็นผู้เสียหายที่แท้จริง และใครที่เป็นผู้เกี่ยวข้อง
ส่วนที่ดำเนินคดีไปแล้วนั้น เป็นเพียงกลุ่มแรกเท่านั้น แต่กรณีนี้ มี 6 กลุ่ม เงินหมุนเวียนทั้ง6กลุ่มมูลค่ากว่า 5-6พันล้าน
สำหรับสถาบันการเงิน เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในรูปแบบ การลงทุนในลักษณะของหุ้น ที่ทำผ่านสถาบันการเงิน โดยใช้โบกเกอร์

Recent Posts
New Server