ศปอส.ตร. จับกุมผู้ต้องหาค้ามนุษย์ หลบหนีคดี 10 ปี

 In ด้านป้องกันและปราบปราม

จับกุมผู้ต้องหาค้ามนุษย์ หลบหนีคดี 10 ปี

ตามนโยบายประกาศสงครามกับการค้ามนุษย์ของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยได้จัดตั้งศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท., พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.1 บช.ทท., พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ. และ พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบก.ทท.2 บช.ทท.ได้สั่งการให้ทำการสืบสวนปราบปรามการกระทำความผิดคดีค้ามนุษย์ในพื้นที่เป้าหมาย

จากการสืบสวนพบว่ามีกลุ่มผู้ต้องหาร่วมกันเป็นเครือข่ายหลอกลวงผู้เสียหายโดยบังคับใช้แรงงานในเรือประมง โดยตระเวนหลอกลวงประชาชนทั่วไปที่เดินทางหางานทำอยู่ตามสถานีขนส่งโดยสารสาธารณะ จนพบว่ามีผู้ต้องหาที่กระทำความผิดในปี ๒๕๕๑ และถูกออกหมายจับยังหลบหนีคดีอยู่ พฤติการณ์คือเมื่อวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๑ ผู้เสียหายกับพวกเดินทางมาหางานทำ เมื่อถึงสถานีขนส่งหมอชิต ได้ถูกขบวนการดังกล่าวหลอกลวงพาไปลงเรือทัวร์ผลทวีที่ท่าเรือปากน้ำ จังหวัดสมุทรปราการ แล่นไปกลางทะเลอยู่นาน ๕ วัน ถูกส่งต่อไปยังเรือ เอสเอฟ ๒๓๕๙๘ อีก ๒๕ วัน เมื่อเรือเข้าเทียบท่าที่ประเทศมาเลเซีย ผู้เสียหายจึงหลบหนีออกมา และถูกจำคุกในข้อหาหลบหนีเข้าเมืองอยู่ในประเทศมาเลเซียอีก จนกระทั่งถูกส่งกลับประเทศไทยและมาแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหากับพวกจนถึงที่สุด ต่อมาชุดปฏิบัติการที่ ๑๕ ศปอส.ตร. ได้สืบทราบว่าคนร้ายซึ่งหลบหนีคดียาวนาน ๑๐ ปี ได้ไปพักอาศัยอยู่ที่ จว.ประจวบคีรีขันธ์ จึงเข้าทำการจับกุมตัว นายประทีป สุขศรี อายุ ๖๒ ปี เชื้อชาติไทย สัญชาติไทย ภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ ๖๑ หมู่ที่ ๒ ตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ จ.๑๓๗๑/๒๕๕๒ ลงวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๒ ในข้อหา “ร่วมกันค้ามนุษย์ฯ” และมีอัตราโทษตามกฏหมาย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ ๔ ปี ถึง ๑๒ ปี และปรับตั้งแต่สี่แสนบาท ถึง หนึ่งล้านสองแสน บาท

จากปฏิบัติการในครั้งนี้สามารถจับกุม ผู้ต้องหาได้ทั้งสิ้น ๑ ราย และจะได้ติดตามจับกุมผู้ต้องหาในขบวนการที่ยังหลบหนีอยู่มาดำเนินคดีให้ได้ต่อไป

Recent Posts
New Server